อัพยากตาธรรม ธรรมที่เป็นกลาง ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศลบางครั้งภาวะจิตนั้นเปลี่ยนแปลงไป เป็นภาวะเป็นนิมิต เราก็เอานิมิตกำหนดเห็นหนอ ถ้าเห็นก็กำหนดเห็นหนอๆ หายไปแล้วก็กำหนดพองหนอ ยุบหนอ หรือกำหนดสภาวะเดิมๆนั้นต่อ เมื่อภาวะเดิมกำหนดจิตมันก็จะเลื่อนไหลไปตามกระแสภาวะไปอย่างไร มันไปอย่างไรในกระแสภาวะจิตมันร้อน มันอุ่น มันเย็น มันหนัก มันเบาต้องรู้กระแสภาวะ มันกระทบไม่กระทบก็ต้องรู้กระแสภาวะ รู้แล้วต้องเห็น เห็นด้วยตาใน เห็นการกระเพื่อมของจิต เห็นการกระทบของจิตเห็นสภาวะที่มันถูกกระทบกระเทือน เห็นสภาวะที่มันตั้งรับ เห็นสภาวะที่มันอ่อนไหวของสภาวะจิต เมื่อเห็นสภาวะนั้น สภาวธรรมที่จะเกิดขึ้นความพึงพอใจ กับความไม่พึงพอใจก็จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วภาวะธรรมที่เป็นฝ่ายบวก หรือเป็นฝ่ายลบ เรียกว่าภาวะธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล และธรรมที่ไม่ใส่กุศลเป็นอุเบกขาธรรม ธรรมที่ฝ่ายลบธรรมที่เป็นฝ่ายบวก พูดง่ายๆว่า ธรรมที่เป็นฝ่ายบาป กับธรรมที่เป็นฝ่ายบุญ ธรรมทั้งสองอย่างนี้พระพุทธเจ้าตรัสว่าพึงสลัดออกไปเสีย ไม่ยึดติดในภาวะที่เป็นอยู่ ภาวะจิตอยู่ตรงกลาง เรียกว่า อัพยากตาธรรม ธรรมที่เป็นกลางๆ ไม่ยึดในทางขวา ไม่ยึดในทางซ้าย ไม่ยึดในทางบุญ ไม่ยึดในทางบาป ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล ถ้าเรายึดในทางบุญ อุปมาเหมือนดั่งท่อนไม้ที่ยังเปียกอยู่ ไหลไปตามกระแสน้ำ ตกพื้นดินตรงไหนก็มีโอกาสงอกเงยขึ้นได้ฉันใดก็ฉันนั้น จิตที่ไม่ติดดี ไม่ติดชั่วท่านอุปมาเหมือนดั่งท่อนไม้ที่แห้งแล้ว ไหลไปตามกระแสน้ำ ถึงแม้จะเปียก ไปตกลงพื้นดินย่อมไม่งอกเงยได้ กิเลสที่มีอยู่ในจิต เมื่อเราสามารถวางจิตเป็นอุเบกขาธรรม ก็จะเห็นทั้งกิเลสที่เป็นฝ่ายลบและกิเลสที่เป็นฝ่ายบวก เมื่อเห็นดังนั้นแล้วจิตจะปล่อยวาง เห็นสองอย่างแล้วจิตจะปล่อยวาง นั่นแหละเป็นธรรมะกลางๆเป็น อัพยากตาธรรม ธรรมที่ไม่ติดดีธรรมที่ไม่ติดชั่ว ธรรมที่ไม่ติดสุข ธรรมที่ไม่ยึดทุกข์ธรรมที่ไม่หนีสุข ธรรมที่ไม่หนีทุกข์ ธรรมที่พ้นโลก พ้นสุข พ้นทุกข์จิตอย่างนี้ท่านเรียกว่า ภาวนาประทาน โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “หัวใจของกรรมฐาน” หน้า ๘๒- ๘๓ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17 ที่มาของภาพ กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีวัดป่าเจริญราช