สภาวธรรมโลดโผน “ชดใช้กรรมเป็นพญานาค ” วันนี้อาตมาตั้งใจอยากฝากโยคะและลมปราณไปด้วย แต่ พิจารณาดูแล้วส่วนใหญ่ยังกำหนดสภาวะไม่ได้จึงต้องหยุดการฝึก โยคะและลมปราณไว้ก่อน อีกทั้งต้องหยุดการเพิ่มจังหวะการเดิน จงกรมไว้ก่อนเช่นกัน เพราะท่านปฏิบัติไปได้ไม่พร้อมกัน เหมือนพายเรือลำเดียวกัน แต่พายคนละข้ างไม่รู้ ใครชักเย่อกัน หากโยคีคนใดปฏิบัติได้แล้วก็ให้ปฏิบัติต่อไป ไม่ต้องวิตกกังวล แต่ให้รู้ว่าท่านปฎิบัติแบบไหน อาตมาจะสอบและยกสภาวะอารมณ์ให้ โดยไม่ต้องห่วงสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะสภาวะอารมณ์สามารถเกิดขึ้นได้สารพัดอย่าง ซึ่งมันจะหกคะเมนตีลังกาอย่างไร เราไม่ต้องสนใจมัน ถ้าเรามีสติรู้เท่าทัน มันจะไม่มีอันตราย ไม่ต้องกังวลใจ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ปฎิบัติท่านหนึ่งที่วัดของอาตมา พอเขาปฎิบัติไปสักพัก ปรากฎว่าสภาวธรรมโลดโผนเป็นพญานาคนอนกระดิกขา ขณะเดินจงกรมสามารถเดินได้นิ่ง หากให้เดินบนไม้กระดานแผ่นเดียว ก็คงเดินได้ แต่พอนั่งสมาธิ เขาก็ออกอาการพญานาค นั่งโงกและส่ายหัวไปมา ซึ่งต้องชดใช้กรรมกันไป แต่ผลสุดท้ายเขาสามารถชดใช้กรรมไปได้บางส่วน ครั้งนั้นโยมท่านนี้ปฎิบัติเป็นเวลา ๕วัน โดยไม่ต้องทานข้าวแต่นอนตีขาเป็นพญานาคกำลังเล่นน้ำอยู่ในอาการเดียวในกุฎิ ไม่มีใครสามารถเรียกให้มีสติได้ เพราะอาจจะถูกพญานาคฟาดหาง แต่เมื่ออาตมาไปเรียกสติคืนมา เขากลับมาเป็นปรกติได้ โดยลุกขึ้นมาอาบน้ำและทานอาหารได้ ซึ่งบางครั้งเมื่อเวลาเดินกลับไปกุฎิ ยังไม่ถึงกุฎิก็ล้มตัวลงนอนข้างร่องน้ำ นั่นคือสภาวธรรมที่โลดโผนโจนทะยาน มันอยู่เหนือความคาดหมายของเรา บางคนนั่งสมาธิแล้วกระโดดยกตัวลอย คิดว่าตัวเองสำเร็จแล้ว ถามว่าอาการอย่างนี้มีหรือไม่ มันมีโอกาสเกิดขึ้นเช่นกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราต้องมีวิธีแก้อารมณ์ให้เขากลับมาเป็นปรกติได้ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๒ หน้า ๒๕-๒๖ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17 ที่มาของภาพ กิจกรรมสนับสนุนบวชพระของวัดป่าเจริญราช