สมถะและวิปัสสนาต้องอาศัยซึ่งกันและกัน วิธีการปฏิบัติมีหลายอย่าง โดยปกติแล้วในทุกที่ทุกสำนัก ทุกสภาวะ ที่มีการปฏิบัติธรรมต้องมีการอาศัยกันทั้ง ๒ อย่าง คือ สมถกรรมฐาน และ วิปัสสนากรรมฐาน เราต้องเข้าใจความหมายในเบื้องต้นกล่าวคือ สมถะหมายถึง การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ วิปัสสนา หมายถึง ความเห็นแจ้งคือเห็นตรงต่อความเป็นจริงของสภาวธรรม ส่วนวิปัสสนากรรมฐาน หมายถึง อุบายหรือวิธีที่ทำให้เกิดการเห็นแจ้ง โดยวิธีการปฏิบัติทั้ง ๒ วิธีนี้ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เหมือนร่างกายกับจิตใจอาศัยซึ่งกันและกันอยู่ เพราะว่าผู้ปฏิบัติธรรมมีใจสงบหรือจิตสงบ โดยที่เราเพ่งภาวนาอยู่ที่เดียวตรงนั้นคือสมถะ แต่เมื่อเรามีสติปัญญาดูรู้เห็นอยู่ตลอดตรงนั้นเป็นวิปัสสนา ง่ายๆ แค่นี้เอง เพียงแต่ความเข้าใจของเรานั้นไม่ถ่องแท้ พออารมณ์สมถะเกิดขึ้น รู้สึกสบายใจ ก็นั่งได้นาน แต่พออารมณ์วิปัสสนาเกิดปัญญาให้พิจารณา เรากลับทนไม่ได้ เรียกว่ามันฟุ้ง เพราะเรารู้ไม่ทันมัน จึงทำให้ทรมาน กายเป็นทุกขเวทนาทั้งภายในและภายนอก โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๑ หน้า ๑๘ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17