จิตท่องเที่ยวอยู่ในคูหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราก็มาพิสูจน์ด้วยวิธีการดังนี้คือ การเดินการยืน การนั่ง การนอน เรียกว่าอิริยาบถ ถ้าหากอิริยาบถย่อย ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด เหยียดแขนไป คู้แขนเข้า เหยียดขาไป คู้ขาเข้า มองซ้าย แลขวา มองหน้า มองหลัง มองสูง มองต่ำ มองใบไม้มองดูไฟ กระพริบตา อ้าปาก กิริยาอาการเหล่านี้มีสติเป็นที่ตั้ง หากไม่มีสติเรียกว่าใจลอย คือจิตมันลอย ถามว่ามันลอยอย่างไร จิตมันไม่ลอยหรอก แต่ความรู้สึกนึกคิดมันลอยไปที่อื่น ความรู้สึกมันแยกไปก่อน ที่เราจะกำหนดได้ทัน พอสติกำหนดไม่ทัน จิตมันลอยออกจากกายไป พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สรีรญฺชีวิตํ จิตฺตํ, เสยฺยํ ชีวิตํ จิตฺตํ ” จิตท่องเที่ยวอยู่ในคูหา คูหาก็คือถ้ำ ถ้ำนี้มีช่อง มีประตู มีหน้าต่าง ซึ่งโดยธรรมชาติมี ๙ ช่องบ้าง ๖ ช่องบ้าง ๑๒ ช่องบ้าง อันนี้คือถ้ำ ถามว่าใครสร้างไว้คำตอบคือธรรมชาติสร้างไว้ ซึ่งร่างกายของเราเปรียบเสมือนคูหาคือถ้ำ จิตของเราจะท่องเที่ยว มันจะไปมองหน้าต่างบานโน้นบ้าง บานนี้บ้าง ประตูตรงนี้บ้าง เพราะอะไร เพราะจิตเปรียบเหมือนเด็กหรือบางครั้งท่านว่าจิตของเราเปรียบเหมือนลิง โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๑ หน้า ๒๐ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17