คราวนี้ มันยังไม่ชัดเจน เอ้า...นอนหงาย เอามือ ๒ ข้าง จับตรงสะดือไว้ ไม่ต้องมาใส่ใจที่ปลายจมูกไม่ต้องมาใส่ใจที่อื่น ดูที่ท้อง ถ้าท้องพอง ท้องยุบ ก็ดู สังเกตมัน หรือจะว่าตามก็ได้ พองหนอ ยุบหนอ แต่การดูนั้นหนะ ไม่ให้ไปนั่ง ไม่ให้ไปนอนคิดนะ ไม่ได้ไปนอนเครียดนะ ถ้าไปนอนคิด นอนเครียด ไม่หลับ พรุ่งนี้ขึ้นมานั่งกรรมฐาน สวัสดีครับเลย หลับ ดูเฉยๆ มันจะหลับ ก็ปล่อยมันหลับไปเลย หนะ นั่นวิธีการดู ดูฐาน ดูฐานให้ถูกวิธีก่อน พอเราดูแล้ว รู้ว่าชัดเจนแล้ว มันพอง มันยุบ ชัดเจนแล้ว เราก็เอาคำกำหนดเข้าไปใส่ เอาคำภาวนาเข้าไปใส่ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พร้อมกับอาการที่พอง พร้อมกับอาการที่ยุบ ถ้าพอง สุดพองว่า หนอ พอยุบ สุดยุบก็หนอ พุทโธ เหมือนกัน ลมหายใจเข้า พุท ออก หายใจออก โธ ให้เรารู้จัก แล้วก็ตามลมเข้า ตามลมออก จิตของเราพร้อมกับลมเข้าออก ให้ไปพร้อมๆกัน นั้นจึงเรียกว่า ภาวนา แต่ถ้าจิตกับลมกับอาการท้องพอง ท้องยุบ ไม่ไปพร้อมกัน เอานั่ง...พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พุทโธ พุทโธ เค้าเรียกว่า นั่งอะไร นั่งบ่น นั่งบ่น บ่นแค่นั้นหนะ มันก็เลยไม่เกิดสมาธิ ถ้าเอาจิตมาจับนั่นเรียกว่า ภาวนา โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๖๔ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/youtube.php