โยคีบางท่านสภาวธรรมเกิด แต่ตัวสติหรือความคิดมันตามไม่ทัน เมื่อตามไม่ทัน มันจึงเกิดการแอนตี้กัน ในที่สุดมันก็เกิดการฟุ้ง ฉะนั้นเราต้องทำเหมือนลักษณะต้นอ้อที่ลู่ไปตามลม ภาวะไม่ฝืน ไม่ขืน ไม่บังคับ ไม่ฝืน ไม่ขืน ไม่บังคับ กำหนดลงไปในอาการที่เห็น ที่เป็นอยู่ อันไหนที่มันเด่นชัด กำหนดลงไปอันนั้น หรือดูตรงนั้นเข้าไป ดูไปแล้วสภาวะต่างๆมันจะปรากฏขึ้นมา เราก็ดูมัน ให้มันรู้ มันเห็น ฉะนั้นตัวเรา ตัวสติสัมปชัญญะต้องดูทุกอารมณ์ ดูทุกอย่างประมาณเหมือนดั่งเรดาร์ ที่มันจะจับ ที่มันจะจับข้าศึกศัตรู สิ่งที่ผิด สิ่งที่แปลก เข้ามาในจิตของเรา เราก็กำหนดให้มันทัน พอเรากำหนดทัน มันจะเข้ามาไม่เข้ามาถึงจิต มันจะเข้ามาเห็นแค่ที่ตา หรือที่ตัวตาที่ ๓ ตาที่ ๓ นั่นแหละ มันจะเห็น เห็นหรือภาวะความรู้สึก รู้สึกเห็น ในเบื้องต้น รู้สึกเห็น เหมือนโยคีรู้สึกว่า ท้องพอง ท้องยุบ อยู่นะ ก็เอาตรงที่รู้สึกว่าพอง ว่ายุบ นั่นแหละ ถ้าไม่แน่ใจก็มือก็จับมันดู นะจับมันดูมันกระเพื่อม มันพอง มันยุบไหม โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๕๗/๖ วันที่ ๖ มี.ค. ๒๕๕๗ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=z0VbRQuad88