เมื่อสติเราเกิดมีขึ้นแล้ว ก็จะเป็นตัวประคองชีวิตจิตใจของเรา ให้มันเข้าร่องเข้ารอย ไม่ให้จิตออกนอกลู่นอกทาง เหมือนเรามานั่งภาวนา ตัวภาวนาคือการมีสติ เมื่อจิตออกนอก ก็กำหนดว่า คิดหนอๆ ออกหนอๆ มันคิดไปไกลก็ให้กำหนดคิดหนอๆ ออกหนอๆ รู้หนอๆ คือการกำหนดรู้ความจริงที่ปรากฎอยู่ ถ้ามันนิ่งๆ ก็กำหนดนิ่งหนอ รู้หนอ นั่งหนอ ถ้ามันดิ่งลงไปลึกๆ ก็กำหนดดิ่งหนอ รู้หนอ นั่งหนอ ถ้ามันว่างก็กำหนด ว่างหนอ รู้หนอ นั่งหนอ มันสงบลึกๆก็กำหนดสงบหนอ รู้หนอ นั่งหนอ เพื่อให้มีสติคอยประคับประคอง รู้ขณะนี้กำลังสงบอยู่ ตัวสัมปชัญญะ เกิดขึ้นให้รู้ว่าความสงบมีมากน้อยแค่ไหน ให้รู้ นั่นคือปัญญาอันชอบ เห็นด้วยตัวของเราเอง ไม่ใช่เห็นจากข้างนอก ท่านจึงเรียกว่าภาวะจิต วิถีของจิต หรือมรรคมีองค์ ๘ มรรคจิต ไม่ใช่มรรคที่เดินด้วยเท้า แต่เป็นทางที่เดินของจิต เข้าไปเห็นตัวตนของเราเอง โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๘๘/๗ วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=zVnF2cTGokw