ฉะนั้น เมื่อเรามีสติรู้ดูที่ขา รู้ดูที่ใจ รู้ดูที่หัว ดูที่อวัยวะต่างๆ ที่มันเป็นฐานที่เกิด ตรงนี้แหละ เรารู้ ดูให้ชัดเจนแล้วก็น้อมจิตไปกำหนดตามฐานนั้นๆที่มันเกิด จึงเรียกว่า ยาธาตุ แปลว่า รู้ รู้ว่าเราคิด บางคนไม่รู้เลยนะว่าตัวเองคิด รู้ว่าเราคิด รู้ว่าเรานั่ง พองหนอ ยุบหนอ บางทีโยคีนั่งดีๆ ขามันหายไป มันชามาแล้ว ปวดแล้ว จนมันนั่ง จนหายไปเลย มันหายไปไหน มันไม่หาย แต่สภาวะจิตที่เป็นสมาธิ จากขณิกสมาธิประเดี๋ยวประด๋าว ๑๐ นาที ๒๐ นาที ๓๐ นาทีเค้าเรียกว่า ขณิกสมาธิ จากขณิกสมาธิ ไปอุปจารสมาธิ สมาธิ ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง จิตสงบ จิตสงบ นั่งไปปวดนิดหน่อย ถ้าอัปปนาสมาธิหละ สมาธินั่งได้ทั้งวัน ทั้งคืน นั่งได้ทั้งวัน ทั้งคืน จนเข้าสู่ฌาน เข้าสู่ฌานสมาธิ สมาธิฌานนั่งไปไม่มีปวด ไม่ไม่เจ็บ ไม่มีทรมาน สบาย อยากให้หน้ามันหนุ่ม หน้ามันอ่อนก็เข้าฌาน ไม่คิดอะไร พองหนอ ยุบหนอ วูบเข้าไปเลย นิ่ง เซลร่างกาย เซลผิวหนังหยุดการทำงาน เมื่อมันหยุดการทำงานมันก็ไม่ร้อน เมื่อไม่ร้อน มันก็ไม่แก่ที่หน้าโยมแก่เพราะหน้าโยมร้อน อีกามาเหยียบไว้เพราะอะไร เพราะมีลักษณะเหมือนไม้ กาเลยมาเหยียบให้หน้าเหี่ยวหน้าแห้งไป โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๘๓ ( ๗ ส.ค.๕๙) สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/youtube.php