สติเป็นตัวปกป้องคุ้มครองจิต ในสมัยพุทธกาล มีลูกเศรษฐีคนหนึ่งเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาแล้วเกิดความอึดอัด กระวนกระวายใจ ในการที่จะรักษาระเบียบวินัย กฎกติกามารยาทในสังคม จนพระพี่เลี้ยงได้นำเรื่องไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์ท่านทรงเมตตาชี้แนะวิธีการรักษาจิตเพียงข้อเดียว คือการรักษาใจไม่ให้เกิดกิเลส ดังนั้น เมื่อลูกของเศรษฐีรักษาใจไม่ให้เกิดกิเลสแล้ว พระองค์ก็ทรงแนะนำให้รู้จักพัฒนาจิต หรือพัฒนาสติ เมื่อท่านทั้งหลายรู้จักพัฒนาสติให้มากขึ้น สติตัวนี้ก็จะตามไปปกปักรักษาจิต ไม่ให้สิ่งสกปรกมัวหมองคือกิเลสเข้ามาในใจได้ ใจของเราก็จะบริสุทธิ์ผุดผ่องแผ้ว เมื่อใจของเราบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว การพัฒนาจิตของเราจะเริ่มดีขึ้นเป็นทุกขณะ จิตก็จะรู้เท่าทันต่อสภาวะที่เกิดขึ้น เช่น อาการท้องพอง ก็เห็นท้องพองชัดเจน การท้องยุบ ก็เห็นท้องยุบชัดเจน เพราะเรามีสติและตั้งจิตดูอยู่พร้อมกัน และเห็นความชัดเจน ความละเอียดคือ สัมปชัญญะ รู้ว่าขณะนี้อาการท้องพอง และรู้ว่าขณะที่พองเป็นอย่างไร โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (วีระนนท์ วีรนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จากหนังสือธรรมะ อิสระแห่งจิต หน้า ๖๘ ดาวโหลดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/as…/vdo_mp3/obook/itsara1.pdf ภาพประกอบ พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช) เมตตาสอนวิธีนั่งกรรมฐานแก่พระใหม่ ที่อุปสมบทในช่วงเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๖ ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/albumls.php?grp=7&year=2556&fd=asset/images/teach0856