ในระยะเวลาเจ็ดวัน เราลองมาสลัด มาขูด มาเกา มาทอน ทิ้งไปเสีย ให้เหลืออย่างเดียว คือสภาวธรรม สภาวธรรม สภาพธรรมที่เกิดขึ้น ดังนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เราก็จะเข้าสู่บทการปฏิบัติที่แท้จริง วันนี้เป็นการปฏิบัติแบบวอร์มอัพ ให้มันเข้าที่เข้าทางก่อน ให้เครื่องมันร้อนอุ่นๆ ถ้าสตาร์ท แล้วเร่งเครื่องเลย เดี๋ยวมันระเบิดก่อน หัวร้อน ใจร้อน ตาร้อน ขาร้อน ไปไม่ไหว สุดท้ายมาก็ลาก่อนนะ ค่อยๆปรับพอจะถึงเส้นทาง เส้นชัยเราวางไว้เจ็ดวัน อาตมาก็จะค่อยๆตะล่อมให้เข้าเส้นชัยนะ โยมก็พยายามที่จะเดิน เข้าเส้นทาง เรามาเดินนี่ เป็นเส้นทางของพระอริยะเจ้า เราจึงมาเดินอย่างมีสติ เดินอย่างไม่มีสติเขาเรียกเดินอย่างคนบ้า เดินไปนึกอยากจะร้องเพลงก็ร้องไป นั่นแหละเหมือนคนบ้า แต่คนดีกับคนบ้ามันใกล้เคียงกันนะ ฉะนั้นเราก็ค่อยมาเดินเข้าเส้นทาง เดินสู่เส้นทางพระอริยะเจ้า พระอริยะบุคคล เดินได้สักนิดสักหน่อย ดีกว่าไม่ได้เดินเลย เราจะได้ภูมิใจเมื่อตายไป ฉันได้เดินอยู่ ได้ทำอยู่ ฉะนั้นวันนี้อาตมากล่าวธรรมะในเบื้องต้นก่อน เพื่อให้ญาติโยมได้เข้าใจและไม่ต้องหนักใจ ไม่มีอะไรเหลือบ่ากว่าแรง เพราะไม่ได้ให้แบก ไม่ได้ให้หาม มีอย่างเดียว ให้ถามใจตนเองลึกๆ ฉันเกิดมาชาตินี้ ฉันมีดีอะไรบ้าง แล้วฉันจะให้ดีต่อตัวฉันเองอย่างไร เมื่อให้แล้วก็ต้องเอาออก แล้วจะเบา เมื่อเราเอาเข้าไว้ มันก็จะหนัก ดีที่หนัก ผลักออกไปก็เบา ดีที่เข้าทำเท่าไหร่ก็ไม่ทุกข์ ดีที่สุข ทำเท่าไหร่ก็ไม่หาย ดีที่ตายทำแล้วก็ไม่ตาย ดังนั้นที่กล่าวธรรมะในวันนี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย จงมีความสุข มีความเจริญ มีพละ อินทรีย์แก่กล้า จะประพฤติปฏิบัติธรรมสำเร็จ มีชีวิตอยู่ประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งเจ็ดวัน ให้สมบูรณ์ทุกท่านทุกคนเทอญ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จากหนังสือ หัวใจกรรมฐาน หน้าที่ ๕๐ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/asset/vdo_mp3/obook/coremeditation.pdf ภาพโครงการปฏิบัติธรรมสัญจร จ. เชียงใหม่ ครั้งที่ ๗ ระหว่างวันที่ ๙-๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/albumls.php?grp=3&year=2556&fd=asset/images/sanjorn56