ฉะนั้น ในภาวะจิตที่ไม่คิด ไม่นึก มันเฉยๆ โล่งๆ อยู่ในสมอง เหมือนทะเลไม่มีคลื่น บนท้องฟ้าไม่มีลมพัด ไม่มีอากาศถ่ายเท นั้นเป็นห่วงของจิตที่หยุดนิ่ง ผัสสะอยู่กับอุเบกขาจิต หรืออุเบกขาธรรม เฉย คำว่าเฉยในทีนี้ จิตเราอยู่ตรงไหน สติเราอยู่ตรงไหน ในขณะนั้น จิตมันเฉย แต่ตัวสติมันก็เฉย แต่ขณะใดที่อาการของจิตกระเพื่อม สติก็จะกระเพื่อมตามด้วย เราก็จะมีความรู้สึก กลับย้อนสู่สัญชาตญาณ เอ๊ะ เราเป็นอะไร หรือ โอ้ น่ากลัว หรือเราไม่มีลมหายใจ นี้คืออาการที่เกิดขึ้น ของผู้ปฏิบัติที่ผ่านขณิกสมาธิไปสู่อุปจาระสมาธิ ฉะนั้นในภาวะจิตที่เกิดขึ้น ที่อาศัยสติ ตัวสติกับสมาธิ เมื่อทำงานควบคู่กัน เรียกว่าสัมปชัญญะ มันจะรู้ในสภาวะของอาการของกายและจิต หรืออาการที่ท้องพองขึ้นมา มันจะรู้สึกถึงไออุ่นของท้อง อาการยุบก็มีไออุ่นแนบสนิทของท้อง หรือลมหายใจเข้าพุท ถามว่ามันเย็นหรือร้อน เราสัมผัสอาการของลมเย็น ลมร้อนได้ โยคีเดินจงกรมก็เช่นเดียวกัน เราสามารถสัมผัสฝ่าเท้าหรือในอุ้งเท้าของเรา ว่ามันเย็น หรือร้อน มันหนักหน่วงๆ หรือหนักแข็งๆ หรือมันหนักนุ่มๆ หรือมันหนักแสบ หรือมันหนักแบบเปียก แฉะ หนืด ถ้าสติ กับสมาธิ มันอยู่ด้วยกัน เราจะสามารถเห็นไออุ่นของสติและสมาธิ เมื่อเห็นดังนี้ จึงเรียกว่า การเดินจงกรม หรือที่เรียกว่า จังกะมะนัง ปะณิธายะ เดินจงกรมอย่างมีสติและสมาธิ ไม่เผลอให้ใจออกไปข้างนอก และก็บอกได้ว่า หนักหรือเบา นุ่มหรือแข็ง หยาบหรือกระด้าง เหนียวหรือแห้ง นั่นคือภาวะจิตที่แนบไปกับอาการเดินจงกรม โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากธรรมบรรยาย ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๙๗ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=xeUxWv1yXUo (นาที ที่ :๑๑.๑๑-๑๕.๒๑) ภาพประกอบจาก โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อครั้งที่ ๑๐๐ ระหว่างวันที่ ๑-๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/albumls.php?grp=-1&year=2561&fd=albums/6f9fd6c7d7c22738f4c4f62d09e6e37a