ให้ตัวเรามีสติ รู้เท่าทันอาการต่างๆของจิต รู้เท่าทัน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่รับ หรือสัมผัสอารมณ์ต่างๆ ที่จะทำให้ทุกข์ ใหhเศร้า ให้เสียใจ ทำให้ดีใจ เพราะจิตมันรับอารมณ์มาแล้ว ก็สร้างอารมณ์ให้เกิดขึ้นมารก็สร้างเรือนให้ใหญ่โต ให้เราได้ลุ่มหลง แต่เมื่อมีสติ สัมปชัญญะ พระพุทธองค์ท่านทรงตรัสว่า แม้แต่ยอดเรือนของเจ้า เราก็หักเสียแล้ว คือจิตที่ไม่ต่อ ไม่ปรุงแต่ง นั้นคือภาวะที่ตัดละอารมณ์แห่งจิต ทั้งดีและชั่ว เราฝึกแล้ว ก็อย่าไปยึดติด เมื่อเราติดดี พอไม่ได้ดี เราก็ทุกข์อีก เมื่อเราติดได้ ไม่ยอมให้ใคร ไม่เคยเสีย พอมันเสียหล่ะ ก็ทุกข์อีก วนอยู่ในวัฏฏะทุกข์ ถ้าจิตวิญญาณหล่ะ ก็วนอยู่ในวัฏฏะสงสาร ลอยคออยู่ในกลางทะเล ไปแล้ว หมุนวนมาเจอที่เดิมอีก เพราะโลกนี้มันกลม วนไปวนมา ก็มาเจอที่นี่อีก เพราะโลกมันแคบ โลกแห่งวัฏฏะสงสาร โลกแห่งวัฏฏะทุกข์ ถ้าจะตัดโลกแห่งวัฏฏะทุกข์ หรือวัฏฏะสงสารต้องทำอย่างไร? ก็ตัดละแห่งจิต แห่งอารมณ์ ทำอย่างไร ก็ต้องมีสติ สัมปชัญญะ ก็ไม่ประมาท เมื่อไม่ประมาท มันก็ถอนจิตออกจากความทุกข์ ถอนจิต ออกจากความรัก ถอนจิตออกจากความชัง ถอนจิตออกจากความโกรธ ความเกลียด ถอนจิตที่เอาแต่ได้ หรือทุกข์ใจกับความเสีย จะไม่มีเสีย และไม่มีได้ จิตก็อยู่ตรงกลาง เป็นภาวะจิตที่บริสุทธิ์ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากธรรมบรรยาย ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๙๘ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่https://www.youtube.com/watch?v=bD4FJUf_hZk (นาที ที่ ๑๙:๒๐-๒๑:๓๙) ภาพประกอบจาก โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อครั้งที่ ๑๐๒ ระหว่างวันที่ ๑-๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/11y44GZy8FHPVk6x6SK7msAnI3S3tDqWe