ในเวลาที่เรานั่งสมาธิ เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด โดยที่เราไม่ได้คิด มันก็ย้อนร้อยให้เราดู ให้เราเห็น มันเจาะเวลาย้อนหาอดีต ทั้งๆที่ในอดีตที่ผ่านมานั้น บางอย่างมันก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าดู แต่มันก็ไปของมัน นั่นคือจิต เรียกว่า จิตใต้สำนึก ฉะนั้น เราจะต้องมีสติคอยควบคุม ว่า เป็นจิตใต้สำนึก หรือจิตไร้สึกนึก หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการปรุงแต่ง ถ้าโยคีสามารถกำหนดรู้ นั่นเรียกว่า สภาวะ มันเกิดสภาวะขึ้นมาในจิต หรือมันไร้สภาวะ คือว่า ไร้สภาวะ คือมันเบลอ อะไรเกิดขึ้น มันก็ไม่รู้ หรือรู้นิดเดียว แต่ไม่รู้ลึกซึ้ง นั่นคือตัวสภาวะที่เกิดขึ้น ฉะนั้น สภาวะคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นที่จิตของเรา โดยที่เราไม่ได้ปรุงแต่ง ไม่ได้จินตนาการ แต่ถ้ามีการปรุงแต่ง หรือจินตนาการสภาวะให้เกิดขึ้น สิ่งนั้นไม่ใช่สภาวะ เป็นแต่สิ่งที่เราสร้างขึ้น สมมติขึ้นในจิตของเรา และเราก็เข้าไปหลงในสิ่งสมมติที่จิตเราสร้างขึ้น นั่นเรียกว่า มายาของจิต เหมือนโยคี นั่งภาวนาไป ปวดมาก ๆ ก็เลยนั่งคิดไปเรื่องอื่น เพื่อปกปิดอาการปวดที่กำลังดำเนินอยู่ คิดไปเรื่องใหม่ เหมือนกับหินทับหญ้า พอยกหินออก หญ้าก็งอกเหมือนเดิม ฉะนั้น ต้องสู้ ดู ให้ลึก ฝึกให้ทัน ต่ออารมณ์ที่กำลังขึ้นอยู่ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (วีระนนท์ วีรนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จากพระธรรมเทศนาในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อครั้งที่ ๑๐๔ วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๑ รับชมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=n2rvi1SD3zE ภาพประกอบ บริเวณด้านหน้าโรงอุโบสถวัดป่าเจริญราช #วัดป่าเจริญราช #วิปัสสนากรรมฐาน