อภิสังขารมาร : มารที่ปรุงแต่งกรรม กิเลสมารตัวที่ ๓ คือ อภิสังขารมาร เป็นมาร เพราะเป็นตัวปรุงแต่งกรรม นำไปสู่การเกิดชาติภพ เป็นมารที่คอยขัดขวางมิให้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร มารตัวนี้น่ากลัวมาก ชาวพุทธต้องตั้งสติให้ดี ขอยกตัวอย่างในเรื่องการทำบุญกุศล เช่น เราไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่าอาตมาเห็นมาเยอะแล้ว พอจะไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ก็สั่งให้ทางวัดเตรียมข้าวปลาอาหารเลี้ยงสักหน่อย พอกลับไปแล้ว ทางวัดต้องหาเงินใช้หนี้ค่าอาหาร นี่คือบาปกรรม กรรมทั้งพระ กรรมทั้งโยม วัดจะขายศาลาใช้หนี้ก็กระไรอยู่ หรือขบวนการทัวร์ธรรมะ คือ ทัวร์ไปทำบุญตามวัดต่างๆ ให้ค่าน้ำค่าไฟคนละนิดคนละหน่อย แต่พอโยมกลับไปค่าน้ำค่าไฟแพงขึ้นบานตะไทเลยทีเดียว อาตมาไม่ได้หมายถึงการทอดกฐิน ทอดผ้าป่านั้นเป็นกระทำที่ไม่ดีแต่อยากให้เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนว่า บางครั้งการไปทอดกฐินได้เงินมา๑ แสนบาท หรือ ๒ แสนบาทบ้าง แต่ค่าวัว ค่าไก่ ค่าหมู ที่ต้องนำมาฆ่าแกงทำอาหารเลี้ยงและจำแนกแจกจ่ายกัน มันมากจนเขาเรียกว่าทำบาปแลกบุญ ขาดทุนทั้งชีวิต เมื่อพูดตรงนี้แล้วใครอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกันให้บอกต่อกันไป เราต้องพยายามทำเป็นแบบอย่างให้เห็นคือ การตั้งโรงทานทำบุญ คือไปทำบุญด้วย ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารด้วยร่วมกันเป็นเจ้าภาพหลาย ๆ คน ฉะนั้นหากโยมมีความตั้งใจจะไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่าเป็นหมู่คณะ ก็อย่าให้ทางวัดต้องฆ่าหมู ฆ่าไก่ เลี้ยงกัน ทั้งวัดเลย เพราะการกระทำเช่นนี้ มันจะปรุงไปทางบาปมากกว่าทางบุญ เมื่อเราคิดอยากจะทำอะไรให้กับวัด เราต้องมองว่ามันเสียอะไรมันได้อะไรด้วย เพราะเราอาจทำบาปโดยไม่รู้ตัวได้ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๒ หน้า ๕๖-๕๗ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17