อาตมาเคยไปอบรมนักโทษที่คลองเปรม ก่อนที่เขาจะถูกประหารชีวิต พอเทศน์ให้ฟังจบแล้ว ปรากฏว่าเขาซาบซึ้งใจ ร้องไห้เสียอกเสียใจ บอกว่าถ้ารู้อย่างนี้ไม่ทำความชั่วเสียดีกว่า ต่อไปผมจะเป็นคนดี พอเวลาใกล้จะตายแล้วเพิ่งนึกอยากจะเป็นคนดี มาสำนึกตัวได้ตอนใกล้จะตาย อย่างที่เขาว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่อยากเข้าสภาก็ไม่อยากไหว้ประชาชน พอเขาจะพาเข้าแดนประหารชีวิตแล้วถึงบอกว่า “ต่อไปผมจะเป็นคนดี” มันหมดเวลาทำความดีไปนานแล้ว เปรียบเหมือนกับโยคีผู้ปฏิบัติในที่นี้ เราพึงไม่ประมาทในชีวิต เพราะความประมาทเป็นทางแห่งความตาย หากเราแก่แล้วจะหายใจไม่ไหว แต่บ่นเพ้ออยากจะทำความดี มันหลอกตัวเอง เรายังไม่ได้ของจริง ดังพุทธพจน์ที่ว่า “เมื่อยังหนุ่มสาว พรหมจารย์ก็ไม่บำเพ็ญ ทรัพย์ก็ไม่หาเอาไว้ เมื่อยามแก่เฒ่าลง ก็ได้แต่นอนทอดถอนถึงความหลัง เหมือนดังลูกศรที่เขายิงเสร็จไปแล้ว (หมดพิษสง) โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๒ หน้า ๕๐ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17 ที่มาของภาพ:โครงการบวชสามเณร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่