ทำจิตให้ว่าง ให้โล่ง โปร่ง วางใจให้ง่ายๆเบาๆ แค่มองเข้าไปในจิต หรือในท้อง อาการของลมหายใจก็ให้เป็นปกติ ไม่ต้องบังคับให้สั้น ให้ยาว คอยเฝ้าสังเกตอาการที่ท้องตามความเป็นจริง ลมที่ปรากฎในช่องท้องที่เกิดขึ้นอยู่ เรียกว่า อากาสธาตุ ตั้งแต่เราอยู่ในท้องของมารดา มันก็จะมีอาการของอากาสธาตุปรากฏอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา พอมีสติ เราทำกายให้เบา ทำกายให้เย็น บุคคลที่กายเบา กายเย็น นั่นคือกำลังจะเข้าสมาธิแล้ว บุคคลที่มีกายร้อน สมาธิมันยังเข้าไม่ได้ มันผุดๆโผล่ๆ อยู่ เพราะธาตุมันไม่เย็น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ มันตีกัน แปรปรวน ไปหมด มันไม่รวมเป็นสีเดียว เป็นธาตุเดียวกัน คือธาตุแห่งความเย็น ความนิ่ง และความสงบ มันยังไม่เกิด เพราะอะไร เพราะความคิด เพราะจิตมันปรุงแต่ง ทำไมถึงปรุงแต่ง เพราะจิตไม่ปล่อยวาง ทำไมถึงไม่ปล่อยวาง เพราะจิตมันกลัว ทำไมถึงกลัว เพราะมันไม่รู้ เป็นอวิชชา ทำไมถึงไม่รู้หล่ะ เพราะกรรม มันย้อนถอยกลับมา กรรมอะไร กรรมในอดีตหรือปัจจุบัน เป็นทั้งกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบัน กรรมในอดีต เพราะเราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยได้ฟังธรรมะ ไม่เคยปฏิบัติมา พอมาปัจจุบันปุ๊ป เราก็มานับหนึ่งใหม่ มันก็จะอาศัยเวลายาวนานกว่าคนอื่น แล้วกรรมของคนอื่นหล่ะ ที่เขาเคยได้ยิน ได้ฟัง ได้ปฏิบัติมาแต่อดีต พอปัจจุบัน เขามาทำอีก เรียกว่า การบำเพ็ญบารมี มีมาแต่ชาติปางก่อน อาศัยบุญบารมี หรือที่เราชอบเรียกว่าบุญวาสนา เคยทำมาแต่ในอดีตชาติ พอมาชาตินี้ มาทำนิดหน่อย ก็เกิดความสว่าง โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากธรรมบรรยาย ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๙๘ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่https://www.youtube.com/watch?v=bD4FJUf_hZk (นาที ที่ ๒๑:๓๙-๒๖:๐๔) ภาพประกอบ บวชพระที่ วัดบ้านนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่