ถ้าใช้ความคิด นั้นเป็นวิปัสสนึก ไม่ใช่วิปัสสนา ในขณะที่เรานั่งปฏิบัติอยู่ อาการของธรรมวิจะยะ มันได้ปรากฎอยู่ โดยไม่ได้ใช้ความคิด แต่ใช้เพียงจิต และการปฏิบัติ ถ้าใช้ความคิด นั้นเป็นวิปัสสนึก ไม่ใช่วิปัสสนา จะเห็นอาการรูปนั่ง เห็นเวทนาที่เกิด เห็นอาการที่พอง ที่ยุบ รูป เวทนา ต่างๆที่เกิด กับอาการที่พองที่ยุบ เป็นคนละอันกัน แต่มันเกิดในฐาน ในขณะเดียวกัน ขณะนั้น จิตเราเป็นยังไง จิตเราจดจ่อ ตัวสติ สัมปชัญญะ สอดส่องอยู่ ว่ามันคืออะไร คืออารมณ์อะไร จิตก็จะคอยคลึงเคล้า ในอารมณ์นั้นๆอยู่ เมื่ออำนาจจิต อำนาจสมาธิ เกิดขึ้นแล้ว จิตก็จะคลึงเคล้ากับอารมณ์นั้น ไม่แว๊บ ออกไปที่อื่น ก็จะปรากฎสภาวะอาการของไอแห่งจิต หรือภาวะจิตที่ค่อยๆเคลื่อนออกไป เคลื่อนออกไปอย่างไร เคลื่อนออกไปจากความรู้สึก จากกายนั่งเป็นหุ่นกระบอก ที่ท้องพอง ท้องยุบ ที่อาการเวทนาเกิด จิตมันรู้เท่าทัน เมื่อจิตรู้เท่าทันมันก็ปล่อย เมื่อจิตมันเห็นความจริง นั่นแหล่ะจึงเรียกว่า จิตเห็นสภาวะธรรม โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากธรรมบรรยาย ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๘๙ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=pM5hf-KMxos ภาพประกอบ งานยกช่อฟ้า ครั้งแรก