นั้นคือวิธีการ พระพุทธเจ้าก็แก้อารมณ์ของพระโมคคัลลานะอย่างนี้ในการผ่านนิวรณ์ พอเราผ่านตัวถีนมิทธะได้ อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน ตัวนี้ตัวร้ายกาจ ฟุ้งซ่านรำคาญ ยุ่งเหยิง มันมาเต็มหมดเลย เรื่องราวต่างๆตั้งแต่อดีต ลืมไปแล้วเมื่อสิบปี ยี่สิบปี เขาด่าเรา เขาว่าเรา เขาดูถูกเรา มันโผล่ผุดขึ้นมาเลย แหม...นั่งกัดฟัน กรอดๆเลย บางทีเรื่องไม่เคยมี ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น นั่งน้ำตาไหล โอโห... นั่นแหละคือตัวอุทธัจจกุกกุจจะ มันจะเกิดขึ้นให้เรากำหนดไม่ได้ ไม่รู้อะไรเหตุ อะไรผล มันมาหมดเลย มันรุมเร้าเราทั้งหมด อุปมาเหมือนดั่งเรื่องราวของการดำรงชีวิตอยู่ อันนี้ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้ มันมา ถาถมเข้ามาในเรา แก้ปัญหาไม่ได้ ติดทุกเรื่อง เพราะอะไร เพราะเราไม่ได้เตรียมตัวพร้อม ความสามารถของเรามันอ่อน ศักยภาพของเรามันไม่พอ ฉะนั้นจิตก็เหมือนกัน เมื่อศักยภาพของจิตมันเข้มแข็ง มันรู้ตัวตื่นเท่าทันปุ๊บ ตัวอุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญเนี่ย มันจะน้อยลง ซอฟลงมา มันจะเบาบางลง มันก็จะทำให้สมาธิจิตเราแนบแน่น ไปได้ง่ายขึ้น แต่องค์ภาวนาเราให้แนบสนิท อย่าทิ้ง อย่าละ อย่าปล่อย เราฝึกขับใหม่ๆอย่าทิ้งพวงมาลัย จับพวงมาลัยไว้ให้แน่นที่ภาวนา ตรงเนี่ยมันจะข้ามไปได้โดยอัตโนมัติ ง่าย พอมันข้ามตรงนี้ได้ มันจะก็จะเป็นตัววิจิกิจฉา มันก็จะไม่ลังเลสงสัย เอ..ทำแบบนี้ใช่หรือเปล่า ถูกไหม เมื่อไม่ลังเล ไม่สงสัย เมื่อทำลงไปปุ๊บ ความมั่นใจเกิด ความมั่นใจเกิด จิตมันกล้า พอจิตกล้า มันก็สบาย มันไม่ฝืด มันไม่ทุกข์ พอจิตมันกล้า มันไม่ทุกข์ พอมันไม่กล้า มันก็ทุกข์ มันยักแย่ยักยัน มันยักแย่ยักยัน สุดท้ายก็ไม่ได้ ลังเลสงสัย พอลังเลสงสัย ก็เลยไม่เห็นธรรม เพราะตัวนิวรณ์มันกั้น ฉะนั้นตัวนิวรณ์ธรรมทั้ง ๕ ประการ ท่านว่า ธรรมที่ทำให้เราไม่ไปสู่ผลสำเร็จ คือ ตัวปิดกั้นไม่ให้จิตเราไปสู่ความสำเร็จ ไม่เห็นธรรม ปัญญาธรรมไม่เกิด ฉะนั้นเมื่อเราสามารถผ่านนิวรณ์ธรรมทั้ง ๕ ประการ ให้รู้สภาวะที่เป็นอะไร สภาวะที่เป็นกามฉันทะ สภาวะที่เป็นพยาบาท สภาวะที่เป็นถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน สภาวะของความยุ่งเหยิงวุ่นวายของจิตคิดวุ่นวาย สภาวะความลังเลสงสัย ไม่แน่นอน ไม่กล้าตัดสินใจ ให้เรารู้ทันสภาวะเนี้ยว่า โอ้..ว่านี้คืออะไร พอเรารู้ปุ๊บ มันก็จะผ่าน จิตจะไม่ว้าวุ่น จิตจะไม่มัวเมา มันจะผ่านเพราะมันได้คำตอบแล้วด้วยการภาวนา ไม่ใช่การคิดหาคำตอบ ให้ภาวนาเป็นตัวคำตอบสุดท้าย แล้วเราก็จะเกิดความสุข เข้าถึงธรรม เห็นสภาวธรรมที่เป็นของจริง มันก็ตัดกระแสของนิวรณ์ได้ เข้าสู่กระแสของมรรคผลนิพพาน ง่ายนิดเดียว ทำไม่ได้ก็ยาก โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากธรรมบรรยายโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๑๐๑ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่http://www.watpacharoenrat.org/youtube.php ที่มาของภาพ Course ปฎิบัติธรรมวัดป่าเจริญราช 1-8 ของทุกเดือน